“แชมป์ ชนาธิป” รับอีเว้นท์หด หลังกระแสกรงกรรมซา เข้าใจมีขึ้นมีลง

ห่างหายจากงานอีเว้นท์ไปพักใหญ่ หลังจากกระแสละครกรงกรรมซาลง สำหรับหนุ่มแชมป์ ชนาธิป  งานนี้เจ้าตัวยืดอกยอมรับงานลดน้อยลงตามกระแส แต่เข้าใจได้ เพราะตนรู้ดีว่ากระแสมีมาก็ต้องมีไป ขอทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเพื่อพิสูจน์ผลงานและตัวเองให้มากขึ้น ยกออฟ พงษ์พัฒน์ เป็นตัวอย่างด้านการแสดง

ดูหายหน้าหายไปจากงานอีเว้นท์?

“ก็มีตลอดแต่ส่วนใหญ่เป็นต่างจังหวัดมากกว่า ทั้งภาคใต้ ภาคอีสาน ภาคเหนือ ส่วนงานอีเว้นท์ที่กรุงเทพก็ห่างหายไปเป็นเดือนเหมือนกัน ถามว่างานลดน้อยลงไหม ก็ลดน้อยลงตามกระแสละคร เราเข้าใจว่าช่วงแรกๆ ที่ละครจบมางานจะแน่นๆ และช่วงต่อมามันก็จะค่อยๆ ลดลง แต่จังหวะชีวิตผมโอเคนะ พองานผมลดลง ผมก็เปิดกล้องละครเรื่องใหม่พอดี  ผมก็มีเวลาเตรียมตัวละครใหม่และถ่ายละคร”

เราตั้งรับกับความเปลี่ยนแปลงจากสูงสุดและค่อยๆ ซาลงอย่างไร ?

“เอาจริงๆ ตัวละครอาตงสอนผมเลยนะพี่ ว่าทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงได้ตลอดแม้แต่ใจคน เราแค่ทำใจให้ชินกับทุกอย่างที่เกิดขึ้น กราฟมันมีขึ้นสุดและมีลงสุด ก็ไม่เป็นไร เราก็ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ถ้าละครเรื่องหน้าเราทำดีที่สุดแล้วมีกระแสอีก ก็จะมีงานอีก”

เรียกว่าทำใจไว้แล้วว่าชื่อเสียงไม่ถาวร?

“ใช่ ผมก็ทำใจระดับหนึ่งว่าทุกอย่างมันไม่ถาวร ”

พองานลดน้อยลงกลัวไหมว่าแฟนๆ อาจจะลืมหน้าเรา?

“ก็มีเล็กๆ ความรู้สึกกลัวที่เราจะหายไปมันมีอยู่แล้ว แต่เดียวนี้มันมีทั้งเฟสบุ๊ค ทั้งอินสตาแกรม บางทีเราก็จะโพสต์ ชีวิตประจำวัน เรื่องราว หรือไปเที่ยวไหน ให้เขาได้ติดตามเรา เหมือนผมชอบนักแข่งรถคนหนึ่ง ผมก็อยากรู้ว่าช่วงที่เขาไม่แข่งอยู่ที่ไหนทำอะไร เราก็ทำแบบนั้นเหมือนกัน”

เราพอจะรู้ไหมว่าแฟนคลับเราเท่าเดิมหรือหายไปจากช่วงละครกงกรรม?

“ผมว่าเท่าเดิมนะ อาจจะมีมากขึ้นด้วย เราไม่ได้ตามเช็คนะ คือดูจากทุกงานที่ออกอีเว้นท์เราก็จะรู้ว่าที่มันว่างมากขึ้นหรือว่าน้อยลง เขามาเชียร์เรามากขึ้นหรือน้อยลง แต่ผมเข้าใจนะ อย่างเพื่อนผมแต่งงาน แต่เราติดงานไม่ได้ไป เพื่อนก็บอกไม่เป็นไรเข้าใจ เราก็เข้าใจว่าบางคนก็ว่างบ้างไม่ว่างบ้าง”

ให้ความสำคัญกับแฟนคลับมากกว่ากระแสที่ฉาบฉวย?

”ผมรู้สึกว่าทุกอย่างมีมา ก็มีไป ผมให้ความสำคัญกับทุกอย่างแหละ แต่ผมรู้สึกว่าต้นทางที่ผมต้องให้ความสำคัญที่สุด คือทำหน้าที่ตรงหน้าให้ดีที่สุดก่อน ซึ่งมันมีผลกับการพัฒนาการแสดงของเราแน่นอน คิอทุกๆ เรื่องมันต้องไม่ลดลง มันต้องดีขึ้นเรื่อยๆ ผมต้องอ่านบทและอินขึ้นเรื่อยๆ เล่นละครแล้วต้องเป็นตัวละครในทุกๆเรื่อง ผมมีเป้าหมายว่าผมอยากเป็นนักแสดงแบบพี่อ๊อฟ (พงษ์พัฒน์ ) คือทุกคนพูดถึงพี่อ๊อฟมีแต่คนบอกว่าเขาเก่งว่ะ คือผมอยากจะไปถึงจุดๆนั้น  ดังนั้นผมต้องพัฒนาตัวเองไม่หยุด”

มันจะทำให้กดดันมากขึ้นไหม เพราะคนจะคาดหวังมากขึ้น?

“ต้องบอกก่อนว่าละครเปิดกล้องไปแล้ว และมีบางซีนที่เรากดดันจนไม่ผ่อนคลาย แต่สุดท้ายผู้กำกับก็ช่วยจนผ่อนคลายมากขึ้น บางทีการกดดันตัวเองมากเกินไปก็ส่งผลที่แย่มาก ”

บทเรื่องใหม่เปลี่ยนจากตัวเองมากไหม ?

“โห..เปลี่ยนมาก ตัวละครตัวนี้ชื่อภัควัติ ในเรื่อง “มายาเสน่หา” เป็นตัวละครที่หล่อ รวย เพอเฟคมาก แต่มีปมในใจ มีความโรคจิตเพราะเขาโดนกระทำอะไรบางอย่าง ทำร้ายจิตใจมากๆ ซึ่งมันลึกกว่าตัวละครที่ผมเคยเล่นมา ถามว่าพอตัวละครดาร์กมากๆ ดิ่งไหม มันก็ดิ่ง มันมีครั้งหนึ่งที่ดิ่งมากคือช่วงที่ผมนั่งทำแบล็กกราวตัวละครแล้วมันต้องนึกให้เห็นภาพ ว่ามันมาจากไหน ปมคืออะไร ตอนนั้นผมไม่สนใจใคร ความรู้สึกมันดำดิ่งไปเลย แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นปรึกษาแพทย์นะ (หัวเราะ)”

เราต้องไปเรียนรู้อะไรเพิ่มไหม บางคนถอดบทไม่ออก?

“จริงๆ ผมเคยอ่านสัมภาษณ์ดาราฮอลลีวู้ดที่เก่งๆ  คือผมอยากไปถึงจุดนั้นนะ จุดที่เป็นตัวละครจนถอดบทบาทไม่ออกแต่ผมยังไปไม่ถึงขนาดนั้น”

 

You might also like